Home / / เปิดตำนาน R-Series รถสปอร์ตไบค์ DNA จากสนามแข่งระดับโลก by Boxzaracing

เปิดตำนาน R-Series รถสปอร์ตไบค์ DNA จากสนามแข่งระดับโลก by Boxzaracing

มิถุนายน 27, 2022

1

ถ้าเกิดพูดถึงรถยนต์สปอร์ตไบค์ที่ชนะใจไบค์เกอร์มานานนับทศวรรษ ด้วยเอกลักษณ์ของรูปร่างพร้อมขุมพลังที่บ่งถึงจิตวิญญาณที่จริงจริงของสายพันธุ์ กับ Yamaha R-Series ที่ครอบครองใจไบค์เกอร์มาแล้วนับไม่ถ้วน ในคราวนี้ BoxzaRacing จะมาเล่าถึงเรื่องราวโดยสังเขปตั้งแต่โฉมแรกของพี่ใหญ่ในเครือญาติอย่าง Yamaha YZF-R1 ไปจนกระทั่งน้องเล็กสุด Yamaha YZF-R15 ว่าเพราะอะไรถึงเป็นเครือญาติสปอร์ตไบค์ที่ใครๆก็ต้องการเป็นเจ้าของ

รถมอเตอร์ไซค์ ทรง สปอร์ต จนถึงโมเดลปี 2014 ได้ทำตลาดมาจนกระทั่งปี 2016 ที่มีการตอบรับจากไบค์เกอร์ทุกเพศทุกวัย จนถึงขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากันแบบเทน้ำเทท่ากันอย่างยิ่งจริงๆ และไม่นาน Yamaha ก็เลยได้เปิดตัว YZF-R15 โมเดลใหม่ในปี 2017 ที่มีความสปอร์ตเพิ่มขึ้น หล่อเพิ่มขึ้นโดยในคราวนี้เกือบจะกล่าวได้เต็มปากเลยว่า เลียนแบบจากพี่ใหญ่ที่เป็นโมเดลใหม่ปัจจุบันอย่าง YZF-R1 รวมทั้ง YZF-R6 ออกมาได้อย่างแจ่มแจ้งมากกว่าโมเดลที่แล้วเสียอีกไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์สุดหล่อที่ให้อารมณ์ซูเปอร์สปอร์ตแบบเต็มขั้น รวมทั้งอีกหนึ่งจุดแข็งคือเรือนไมล์รูปแบบใหม่แบบ Full LCD Digital Meter กับมุมมองซูเปอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง พร้อมด้วยบล็อคเครื่องยนต์กลไกใหม่ขนาด 155 ซีซีพร้อมระบบวาล์วเปลี่ยนแปลง VVA อันโด่งดังของ Yamaha ที่จะทำให้พลังรถยนต์จัดจ้าตั้งแต่รอบต่ำจนกระทั่งรอบสูง รวมถึง Assist & Slipper Clutch ที่จะสามารถช่วยลดแรงฉุดกระชากของล้อหลังเมื่อศาสนาเชนจ์เกียร์จากเกียร์สูงลงสู่เกียร์ต่ำ ที่ซึ่งพูดได้ว่าต้องใจสายสปอร์ตไม่น้อย นับได้ว่าเป็นจุดแข็งของเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาสู่เครื่องยนต์กลไกในคลาส 150 ซีซีได้อย่างมีคุณภาพ


และก็ตามด้วยตอนล่างอัพเกรดใหม่ไม่ว่าจะเป็นโช้คหน้า Up Side Down รวมถึงสวิงอาร์มวางแบบใหม่ (New Design Alluminium Rear Arm) แล้วก็ล้อแม็กวางแบบใหม่ที่เพิ่มเนื้อหาให้มองแม็ทช์กับสรีระรูปลักษณ์ที่มีความเป็นสปอร์ตไบค์อย่างสุดกำลัง รัดด้วยยางเรเดียลขนาดใหญ่ (Super Wide Tire) โดยยางหน้ามีขนาด 100/80-R17 แล้วก็ยางข้างหลังขนาด 140/70R17 เพิ่มพื้นที่หน้ายางที่จะทำให้การสัมผัสผิวถนนในยามเข้าโค้งได้อย่างมั่นอกมั่นใจ พร้อมทั้งความสามารถระบบเบรกที่เด่นไม่ด้อยกว่าผู้ใดกับดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ 282 มิลลิเมตร (Big Size Disc Brake) เพื่อความมั่นใจและความเชื่อมั่นสำหรับในการหยุดรถยนต์ทุกเหตุการณ์ โดยภาพรวมแล้วไม่น่าประหลาดใจเลยขอรับที่ Yamaha YZF-R15 เป็นรถยนต์สปอร์ตไบค์ขวัญใจวัยรุ่นในยุคนี้ โดยรับรองจากยอดจำหน่ายรวมทั้งผู้ใช้งานบนถนนที่ไม่ว่าจะมองดูไปทางไหนใครๆก็รัก R15 จนได้รับการตั้งชื่อว่าสปอร์ตไบค์เล็กพริกขี้หนูกันอย่างยิ่งจริงๆนะครับ

ต่อด้วยน้องรองสุดท้องในเชื้อสายอย่าง Yamaha YZF-R3 สปอร์ตไบค์ Entry Class รูปลักษณ์สุดโฉบเฉี่ยว ที่เปิดตัวทีแรกเมื่อปี 2015 แล้วก็ทำเอาไบค์เกอร์คนไม่ใช่น้อยในช่วงเวลานั้นจะต้องร้องว้าวกับขุมพลังเครื่องจักรกลที่ให้มาเกินประชาชนชาวช่องในพิกัดเดียวกันอย่างยิ่งจริงๆกับบล็อคเครื่องจักรกล ลูกสูบเรียง ขนาด 321 ซีซี. 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์วต่อดูด ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้พลังสูงสุด 42 แรงม้า ที่ 10,750 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 29.6 นิวตันเมตร ที่ 9000 รอบต่อนาที แล้วก็เป็นสปอร์ตไบค์คลาส Under 400 ในตลาดประเทศไทยคันแรกที่มีลูกเล่นถูกใจไบค์เกอร์ด้วยการต่อว่าตั้งชิพไลท์มาให้จากโรงงาน

ถัดมาในปี 2019 Yamaha YZF-R3 ได้กระทำเปิดตัวโมเดลใหม่อีกที โดยคราวนี้ได้เพิ่มความสปอร์ตเข้าไปอีกด้วยสวยไซน์ใหม่คล้ายกับรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Yamaha YZF-R1 ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ใหม่โดยยิ่งไปกว่านั้นชุดแฟริ่งด้านหน้าที่ให้อารมณ์สปอร์ตไบค์ Full Fairing เยอะขึ้น และก็ตามด้วยไฟหน้า Full แอลอีดี Headlight สุดนำสมัย รวมถึงชุดเรือนไมล์แบบ Full LCD ที่มีความคล้ายกับ Yamaha MT-10 สื่ออารมณ์ความทันสมัยในคลาสพิกัด 300 ซีซี.ได้อย่างเหนือชั้น และก็ชุดสวิตช์สตาร์ทรูปแบบใหม่กับแผงคอ Handle Crown ออกแบบซูเปอร์สปอร์ตให้ความแข็งแรง แล้วก็ลดความอ้วนได้มากขึ้น พร้อมเสริมความสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้นเพื่อเหนือกว่าคู่แข่งขันด้วยการต่อว่าตั้งโช้คหน้า Up Side Down มาให้ เรียกเอาเสียงฮือจากไบค์เกอร์พอได้ แถมน้ำหนักตัวรถยนต์จากเดิมในโมเดลก่อนหน้าอยู่ที่ 170 กิโล แม้กระนั้นโมเดลปัจจุบันจากการจัดวางส่วนประกอบตัวรถยนต์ใหม่ทำให้น้ำหนักลดน้อยลงเหลือ 167 กก. ก็ถือว่าถูกใจพอได้สำหรับคนใดกันที่กำลังต้องการเริ่มขี่แนวสปอร์ตเป็นคันแรก ที่จำเป็นต้องขอเสนอแนะเลยครับผมว่า Yamaha YZF-R3 เฟี้ยวแน่ๆนะครับ

ถึงคิวของน้องชายสุดหล่อเชื้อสายซูเปอร์สปอร์ตสุดจี๊ด กับความเฟี้ยวฉุดกระชากจิตใจไบค์เกอร์มาแล้วนับไม่ถ้วนกับ Yamaha YZF-R6 ที่มีประวัติตั้งแต่ปี 1999 ไม่แพ้พี่ใหญ่อย่างยิ่งจริงๆและก็ถัดไปพวกเราจะมากล่าวถึงรายละเอียดของเจ้า YZF-R6 กันว่าเพราะเหตุไรถึงเป็นเลิศในซูเปอร์สปอร์ตที่ไบค์เกอร์ต่างต้องการทดลองสัมผัสสักหนึ่งครั้ง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1999 ถือได้ว่าเป็นความเคลื่อนไหวอีกรอบของคลาส 600 ค่าย Yamaha ซึ่งจากเดิมก่อนหน้า ที่จะเกิด Yamaha YZF-R6 ขึ้นมา Yamaha ได้สร้างรุ่น YZF600 ขึ้นมาในปี 1996 ที่มีทรงยังเป็นครึ่งสปอร์ตทัวร์ริ่งและก็อีก ปีถัดมาก็ได้ให้กำเนิด Yamaha YZF-R6 ที่มาในแบบซูเปอร์สปอร์ตเต็มกำลังพร้อมบล็อคเครื่องยนต์กลไกใหม่ ลูกสูบ 599 ซีซี. DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 13,000 รอบต่อนาที รวมทั้งมีแรงบิดสูงสุด 68 นิวตันเมตรที่ 11,500 รอบต่อนาที โดยหามน้ำหนักตัวรถยนต์ไว้ที่ 192 โล ซึ่งในสมัยนั้นจัดว่า Yamaha YZF-R6 เป็นซูเปอร์สปอร์ตที่มีน้ำหนักค่อยและก็มีกำลังที่จัดจ้ากว่ารุ่นอื่นในพิกัดเดียวกันอย่างยิ่งจริงๆ

เมื่อการเปิดตัว Yamaha YZF-R6 โฉมแรกในตอนปี 1999-2002 Yamaha ได้กระทำการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอแล้วก็เปิดตัวรูปแบบใหม่ขึ้นในปี 2003 โดยมีการปรับรูปลักษณ์ใหม่ให้มีความสปอร์ตเพิ่มขึ้นรวมถึงคุณภาพของเครื่องจักรที่ได้เปลี่ยนแปลงจากคาร์บูเรเตอร์เป็นหัวฉีด และก็มีการปรับจูนด้านในเครื่องจักรกลให้มีกำลังมากขึ้นเป็น 123 แรงม้า กับอัพเกรดระบบเบรกจากเดิมที่เป็น Axial Mount มาเป็น Radial Mount แบบรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Yamaha YZF-R1

ส่วนของขุมพลังรวมทั้งเทคโนโลยีนั้นยังเป็นบล็อคเดียวกันกับโมเดล 2015-2019 แต่ว่าได้มีการอัพเกรดด้านในให้มีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆในบล็อค Crossplane CP4 ขนาด 998 ซีซี. DOHC 4 วาล์วต่อดูด ได้มีการเปลี่ยนแปลงหัวจากจาก Bosch จากเดิม 12 รู เป็น 10 รู รวมถึงการเปลี่ยนแปลงระบบกลไกด้านในเครื่องจักรกล เพื่อมนูดำเนินงานในรอบสูงได้อย่างเต็มความสามารถเพิ่มมากขึ้น แล้วก็เปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบคันเร่งกระแสไฟฟ้า Ride By Wire ที่จะไปปฏิบัติหน้าที่พร้อมกันกับเทคโนโลยีที่ได้รับการอัพเกรดเข้ามาใหม่ไม่ว่าจะเป็นระบบ Engine Braking Control ซึ่งสามารถปรับลดความหน่วงของ Engine Brake ได้ถึง ระดับ และก็ตามด้วยระบบ Brake Control ที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมเบรกขณะเข้าโค้งซึ่งสามารถปรับการโต้ตอบได้ถึง ระดับ โดยจะประเมินผลผ่านระบบ IMU 6 แกนอย่างเที่ยงตรงซึ่งพูดได้ว่าระบบนี้ถูกอกถูกใจสายสนามกันอย่างยิ่งจริงๆ แล้วก็ระบบที่ถูกอกถูกใจอีกหนึ่งตัวเป็น Quick Shifter แบบ Up-Down ซึ่งสามารถเข้าเกียร์รวมทั้งถอนเกียร์โดยที่ไม่ต้องกำคลัทช์ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์สั่งได้ราวกับจิตใจ รวมทั้งระบบทั้งหมดทั้งปวงจะแสดงผลลัพธ์ผ่านทางจอ TFT สุดล้ำ โดยราคา Yamaha YZF-R1 2020 อยู่ที่ 849,000 บาท แล้วก็ Yamaha YZF-R1M 2020 อยู่ที่ 1,149,000 บาท

แล้วก็นี่ก็คือเรื่องราวของเครือญาติรถยนต์สปอร์ตไบค์ที่ไบค์เกอร์ทั่วโลกไม่มีผู้ใดไม่ทราบด้วยการพัฒนามากมายว่า ทศวรรษตั้งแต่รุ่นใหญ่จนกระทั่งรุ่นเล็ก และก็สามารถเป็นที่ครอบครองใจให้กับไบค์เกอร์ผู้คลั่งไคล้ในสปอร์ตไบค์และก็อยากได้ที่จะถือครองรถเครื่องที่ครบองค์ไว้โลดแล่นอีกทั้งบนถนนหนทางแล้วก็ในสนามให้สดชื่น จำเป็นต้องขอบอกว่า Yamaha R Series เป็นคำตอบให้กับคุณได้แล้วครับผม ในครั้งหลัง BoxzaRacing จะนำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรถยนต์เรื่องไหนมาฝากแฟนคลับกันอีกสามารถติดตามดูกันเลยได้เลยขอรับที่ www.BoxzaRacing.com สำหรับวันนี้จะต้องลากันไปก่อน สวัสดีขอรับ

สามารถติดตามข่าวการอัพเดทของ Yamaha ถึงที่กะไว้เว็บ www.yamaha-motor.co.th แล้วก็ Facebook Fanpage : Yamaha Society Thailand