Home / / สัญญาณเตือนภาวะ “Burnout” หาให้เจอก่อนพนักงานหมดไฟ!

สัญญาณเตือนภาวะ “Burnout” หาให้เจอก่อนพนักงานหมดไฟ!

มิถุนายน 10, 2022

1

สภาพการณ์ Burnout เป็นอย่างไร?
คำศัพท์นี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1970 โดย Herbert Freudenberger นักจิตวิทยาสังคมชาวเยอรมันเป็นผู้เรียนการเกิดนี้และพบว่า ในเวลาที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งเรืองก้าวหน้ามีบริษัทแล้วก็ร้านรวงเกิดใหม่จำนวนมากซึ่งอาจมีประธานประสบการณ์น้อยเป็นส่วนมาก ทำให้ดูแลงานแล้วหลังจากนั้นก็วางระบบการทำงานได้ไม่ดีพอเพียง ผลตอบแทนไม่คุ้ม ผลตอบแทนไม่ตอบปัญหา พนักงานพบเห็นกับแรงกดดันสูง ก่อให้เกิดสภาพการณ์ Burnout รวมทั้งพากันลาออกจำนวนมาก

ต้นเหตุของภาวะหมดไฟในการทํางาน ภาวการณ์หมดไฟสำหรับเพื่อการทํางาน
1.
แรงจูงใจ (Motivation)
สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้คนสุขสบายกับชีวิตและงาน หากงานที่ทำอยู่มีสิ่งดึงดูดใจที่มาเพียงพอ เป็นต้นว่า ความท้าทายในงาน การบรรลุจุดประสงค์ในงาน วิถีทางในการเจริญรุ่งเรือง การได้รับการสรรเสริญ ทีมเวิร์กที่ดี และก็คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากงานที่ทำ อื่นๆอีกมากมาย

2.เหตุอุดหนุน (Hygiene)
เหตุอุดหนุนหมายถึงปัจจัยภายนอกที่ทำให้พอใจในงาน ยกตัวอย่างเช่น ผลตอบแทน ค่าตอบแทน ระบบการทำงาน เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับช่วยในด้านสำหรับอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม ความเกี่ยวข้องกับคนในหน่วยงาน รวมทั้งการมี Work Life Balance อื่นๆอีกมากมาย

สัญญาณเตือน Burnout Syndrome
1.
ประสิทธิภาพของงานลดน้อยลง
2.
ดูหมองคล้ำและไม่มีความสดใสอยู่เป็นประจำเวลา
3.
ไม่กล้าเสนอความเห็นอะไร
4.
แยกตัวและจากนั้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับคนรอบข้างต่ำลง
5.
มองดูไม่มีความสุขตลอดเวลา

แก้ Burnout ก่อนสาย แก้ได้ด้วยตัวเอง
ไม่มีอะไรจะรังควานเราได้เท่าๆกับเรากระทำตัวของเราเอง อาการ Burnout เริ่มแก้ไขได้ด้วยตัวเอง สิ่งแรกที่จะจำเป็นต้องทำเป็นเข้าใจตนเองก่อนว่าเรากำลังอยู่ในภาวการณ์ Burnout จากสาเหตุใดบ้างจากนั้นปรับ Mindset ทำความเข้าใจตัวเองด้วยการมองว่า ความเครียดจากงานไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แม้กระนั้นก็ไม่เหมาะที่จะนำเอามาตั้งอกตั้งใจมากจนเกินไป แล้วต่อจากนั้นเบาๆทดสอบเปลี่ยนการปฏิบัติต่างๆในชีวิตเพื่อปรับสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

ป้องกันอาการ Burnout ด้วยความเคลื่อนไหวความประพฤติของตนเอง
นอนพักให้เพียงพอ
ลาพักร้อนเพื่อพักจากการทำงานบ้าง
แปลงสภาพการณ์รุมล้อมในที่ทำงานใหม่
ออกกำลังกายลดความตึงเครียดแล้วหลังจากนั้นก็เพิ่มฮอร์โมนความสบาย
หากิจบาปที่ชื่นชอบมาทำเพื่อรู้สึกว่าชีวิตยังมีอะไรมากกว่างาน
ลดการใช้ Social Media เพื่อลดแรงกดดันตัวเอง
แยกเวลางานออกมาจากชีวิตส่วนตัว (หากแม้ทำไม่ได้ ให้จัดตารางให้สมดุล)
ใส่ความช่ำชองใหม่ๆเพิ่มความภาคภูมิในตัวเอง
พูดคุยกับคนในหน่วยงานอย่างไม่อ้อมค้อม ตัวอย่างเช่น การบอกปัญหากับหัวหน้าหรือข้างบุคคล

สรุป
อาการ Burnout หรือ ภาวการณ์หมดไฟ เป็นอาการที่เกิดขึ้นตรงต่อคนไม่ใช่น้อยในช่วงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าอัตราการลาออกมาขึ้นอย่างสม่ำเสมอด้วยเหตุผลที่ว่ารู้สึกหมดไฟ คนที่พบเห็นกับสภาพการณ์หมดไฟจะมีความรู้สึกที่เรียกว่า หมดแพชชั่น เซ็ง หมดไฟ หมดกำลังใจ และไม่ประทับใจกับงานที่ทำ

เรื่องนี้ถือว่าเป็นหัวข้อสำคัญที่จึงควรช่วยเหลือเจือจานกันปรับแก้ เพราะถึงแม้ปล่อยให้พวกเขาเหล่านั้นอยู่ในสภาพการณ์หมดไฟเป็นระยะเวลานานอาจนำไปสู่การเป็นโรคเศร้าหมองรวมทั้งก่อให้เกิดผลเสียต่อชีวิตประจำวันได้

ในฐานะหน่วยงานก็สามารถช่วยเจ้าหน้าที่ไม่ให้ไปถึงจุดที่หมดไฟได้ด้วยการหมั่นมองอาการและคุยกันอย่างไม่อ้อมค้อม นอกจากจะช่วยขจัดปัญหาระดับบุคคลภายในหน่วยงานได้แล้ว ยังช่วยปกป้องภาวการณ์หมดไฟได้ในระยะยาวอีกด้วย